วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

รายงานสดจากพื้นที่คร๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

น้องน้ำทะลักถึง หน้าเมเจอร์รัชโยธิน แล้ว แต่ยังไม่เต็มพื้นที่
        น้ำไหลบ่าเข้าพื้นที่เขตมีนบุรี ระดับน้ำสูงขึ้น ประมาณ 60- 70 ซ.ม. ขณะที่ ถ.รัชดาภิเษก บริเวณหน้า ธ.ไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ แล้ว โดยมีน้ำผุดมาตามท่อ ซึ่งมวลน้ำใกล้ถึงแยกรัชโยธิน

        (3 พ.ย.) สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รอบคืนที่ผ่านมา ในพื้นที่ฝั่งตะวันออก หลังจากที่มีประชาชนเข้าไปทำลายหูประตูระบายน้ำคลองสามวา จนทำให้เสียหาย ส่งผลให้น้ำไหลบ่าเข้าพื้นที่เขตมีนบุรี มากขึ้นนั้น ทั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการจราจรหลายเส้นทาง อาทิ ถ.สุวินทวงศ์ ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำสูงประมาณ 10-50 ซม. แล้ว โดยเฉพาะขาออก รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้แล้ว

        นอกจากนี้ น้ำยังได้เอ่อไปตาม ถ.นิมิตรใหม่ ถ.ประชาร่วมใจ ไปจนถึงหนองจอก ส่วนบริเวณตลาดมีนบุรี ขณะนี้ระดับน้ำสูงขึ้น ประมาณ 60- 70 ซม. ขณะที่ช่วงถนนลาดพร้าว-วังหิน ซอย 75-79 มีน้ำผุดขึ้นจากท่อระบายมาบนผิวถนน

        สำหรับในฝั่งของ ถ.วิภาวดีรังสิต ขณะนี้มวลน้ำเริ่มเอ่อเข้า ถ.รัชดาภิเษก บริเวณหน้า ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ แล้ว โดยมีน้ำผุดมาตามท่อ ทะลักท่วมจนถึงฟุตปาธแล้ว ทั้งขาเข้าและขาออก แต่รถเล็กยังสามารถใช้เส้นทางได้ ซึ่งอีกไม่นานมวลน้ำใกล้จะถึงแยกรัชโยธิน

       
        รายงานสถานการณ์น้ำท่วม จากบริเวณ หน้าห้างโรงภาพยนต์เมเจอร์ฯ รัชโยธินว่า น้ำเริ่มไหลมาถึงบริเวณด้านหน้าโรงภาพยนต์แล้ว โดยระดับน้ำยังคงอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 เซนติเมตรใน 2 ช่องจราจร ซึ่งรถยังสามารถสัญจรผ่านได้ถึงแค่บริเวณแยกเสนานิคมเท่านั้น เนื่องจากน้ำเต็มพื้นที่ทั้งหมดยาวไปจนถึงวงเวียนบางเขน
        ขณะเดียวกัน ทาง บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป ได้ติดประกาศแจ้งว่า ได้ปิดให้บริการศูนย์การค้าและโรงภาพยนตร์เมเจอร์ สาขารัชโยธิน เป็นเวลา 1 วัน เนื่องจาก มีน้ำเอ่อขึ้นมาบริเวณถนนฝั่งพหลโยธินและรัชวิภา
        นอกจากนี้ จากการสังเกตุทางโรงภาพยนต์ได้วางกระสอบทรายพร้อมเครื่องสูบน้ำนับ 10 ตัว เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว
        ส่วนประชาชนจำนวนมากที่ต้องอาศัยรถประจำทางไปทำงานนั้น ต่างยื่นรอรถเป็นเวลานานเนื่องจากรถประจำทางใช้เวลานานกว่าปกติ ที่จะเดินทางมารับผู้โดยสาร แต่ยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหารที่คอยอำนวยความสะดวกรับส่งประชาชน ตั้งแต่วงเวียนบางเขน มาลงรถที่บริเวณหน้าห้างเมเจอร์รัชโยธินด้วย

        ส่วนรถที่จะมุ่งหน้ายัง สี่แยกรัชโยธิน ไปทางทิศเหนือ คือแยกเกษตร ก็ต้องลดระดับความเร็วลง เนื่องจากน้ำได้ท่วมถนนหน้าเมเจอร์ รัชโยธิน ฝั่งขาเข้าโดยเป็นน้ำที่เอ่อมาจากท่อระบายน้ำ โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เร่งจัดวางกระสอบทรายด้านหน้าห้าง เพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมภายในด้วย
        ขณะที่ พ.ต.ท.พิษณุ โกสิยวัฒน์ สารวัตรจราจร สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า การจราจรบนถนนพหลโยธิน ขาเข้าจากแยกเกษตร มุ่งหน้าห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล ลาดพร้าว การจราจรยังใช้การได้ แต่ช่วงด้านหน้าเมเจอร์ รัชโยธิน มีปริมาณรถค่อนข้างน้อย เนื่องจากรถไม่สามารถเข้ามาจากทางแยกเกษตรได้ และในฝั่งพหลโยธินขาออก เลยจากเมเจอร์ รัชโยธิน ไปบริเวณแยกเกษตร มีปริมาณน้ำสูง รถทุกชนิดใช้การไม่ได้แล้ว
        ส่วนทาง ถ.รัชดาภิเษก ขาเข้า จากประชานุกูล มาทางรัชโยธิน บริเวณด้านหน้า เอสซีบี ปาร์ค มีน้ำท่วมขังช่องทางการจราจรทุกช่อง ทางทั้งเข้าและออก โดยระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 30 ซ.ม. รถเคลื่อนตัวได้ช้า ส่วน ถ.รัชดาภิเษก บริเวณหน้าศาลอาญารัชดา ทั้งขาเข้าและขาออกนั้น จากการตรวจสอบยังไม่มีน้ำท่วมขังช่องทางการจราจรแต่อย่างใด ยังใช้การได้ตามปกติ
 น้ำจากแยกเสนานิคม ไหลบ่ามาถึงบริเวณด้านหน้าห้างเมเจอร์รัชโยธิน
        น้ำจากแยกเสนานิคม ไหลบ่ามาถึงบริเวณด้านหน้าห้างเมเจอร์รัชโยธิน โดยระดับน้ำยังสูงไม่มากนัก ขณะที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ น้ำท่วมสูงเกินฟุตบาทถนนทั้ง 2 ฝั่ง จนถึงถนนวิภาวดีรังสิตแล้ว ส่วนซอยรัชดาภิเษก 36 น้ำสูง 30 เซนติเมตร...
        เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 3 พ.ย. ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจน้ำพบว่า ที่ถนนพหลโยธิน น้ำที่ท่วมถึงแยกเสนานิคมเมื่อเช้าวานนี้ (2พ.ย.) เช้าวันนี้ได้ไหลบ่ามาถึงบริเวณด้านหน้าห้างเมเจอร์รัชโยธินแล้ว โดยระดับน้ำยังสูงไม่มากนัก ขณะที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ น้ำท่วมสูงเกินฟุตบาทถนนทั้ง 2 ฝั่ง จนถึงถนนวิภาวดีรังสิตแล้ว
        ส่วนถนนวิภาวดีรังสิต รถสามารถขับไปได้ถึงแค่วัดเสมียนนารี โดยระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ขณะที่รถต้องเลี้ยวซ้ายไปออกเส้นทางอื่น ขณะที่ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 บางช่วงน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ด้านพ่อค้าแม่ค้าเริ่มเปิดร้านเพื่อขายอาหารกันตามปกติ แต่รถเล็กสัญจรไปมาลำบาก
ดีเดย์ 4 พ.ย.แจกน้ำดื่มฟรี 11 จุดในกทม.

นายปราณีต ร้อยบาง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยว่า กรมฯได้จัดเตรียมน้ำดื่มสะอาดแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ 11 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่

1. เขตจตุจักร ที่สวนจตุจักร
2. เขตวังทองหลาง ที่วัดสามัคคีธรรม
3. เขตบางกะปิ ที่การเคหะคลองจั่น
4. เขตบึงกุ่ม ที่โรงเรียนประภาสวิทยา
5. เขตคลองเตย ที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ
6. เขตสะพานสูง ที่วัดลาดบัวขาว
7. เขตบางบอน ที่วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธิ์
8. เขตพระโขนง ที่วัดวชิรธรรมสาธิต
9. อ.บางพลี สมุทรปราการ ที่โรงเรียนพูลเจริญวิทยาคม
10. อ.เมืองสมุทรปราการ ที่วัดตำหรุ
11. เขตจตุจักร ที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

ตลาดมีนบุรีท่วมสูง70ซม.-น้ำจ่อถึงแยกรัชโยธิน
        สำหรับน้ำที่แจกจ่ายต่อวันรวม 11 แห่งจะมีไม่ต่ำกว่า 100,000 ขวด เป็นน้ำบรรจุขวด ทั้ง 5, 10 และ 20 ลิตร ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงดำเนินการ และจะสามารถเริ่มแจกจ่ายได้ภายในวันศุกร์ที่ 4 พ.ย.นี้

        อย่างไรก็ดีประชาชนที่ต้องการน้ำดื่มสะอาดตั้งแต่วันนี้ (2 พ.ย.) กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้แจกจ่ายน้ำดื่มสะอาด 2 จุด คือบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ ถนนงามวงศ์วาน 54

..........................................................................................
อัพเดทน้ำท่วม 2 พฤศจิกายน 54
น้ำรุกคืบ ทะลักกรุง! อีกแค่กว่า 100 เมตร ถึงแยกรัชโยธิน
        รายงานสถานการณ์น้ำท่วม จากบริเวณ หน้าโรงพยาบาลเมโย ถนนพหลโยธินว่า ถ.พหลโยธิน น้ำช่วงหน้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีระดับน้ำสูงประมาณ 60 – 70 ซ.ม. ซึ่งมวลน้ำ เริ่มทะลักมาถึงบริเวณแยกเสนานิคมตัดถนนพหลโยธิน ห่างจากโรงภาพยนต์เมเจอร์ซินิเพล็ก แยกรัชโยธิน ถนนรัชดาเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น
        ทั้งนี้ ในส่วนการจราจร มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรโดยไม่อนุญาติให้รถเล็กผ่านไปทางแยกเกษตรได้ เนื่องจากน้ำมีปริมาณท่วมขังค่อนข้างสูงนอกจากนี้ น้ำบางส่วนยังได้ไหลเข้าไปยังกองตำรวจสื่อสาร ซึ่งเป็นสถานที่ออกอากาศของสถานีวิทยุพิทักษสันติราษฎร์ หรือ สวพ.91 โดยเจ้าหน้าที่ของสถานี ได้มีการป้องกันน้ำเข้าท่วมอย่างแน่นหนา
        ขณะเดียวกัน ยังคงมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องเดินลุยน้ำ มารอขึ้นรถประจำทางไปทำงานโดยใช้เวลารอนานนับชั่วโมง เนื่องจากรถประจำทางส่วนใหญ่เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น จึงสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนบางส่วนที่ยืนรอรถนาน เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงต้องใช้รถอำนวยความสะดวก มาส่งที่บริเวณหน้าเมเจอร์รัชโยธิน เพื่อจะได้เดินทางสะดวกขึ้น
ลาดพร้าววังหินรถยังวิ่งได้ บ้านวัดริมคลองลาดพร้าว อ่วมตามๆ กัน
        รายงานสถานการณ์น้ำท่วม จากบริเวณถนนลาดพร้าว-วังหินว่า ระดับน้ำโดยภาพรวมตลอดถนนที่อยู่ใกล้คลองลาดพร้าวยังถือว่าไม่เป็นปัญหามากนัก เพราะระดับน้ำที่ท่วมขังบนพื้นผิวถนนสูงเพียงแค่ 10 – 20 เซนติเมตรเท่านั้น จึงทำให้รถสามารถสัญจรไปมาได้บนถนน
        ขณะที่ บ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจะเป็นบ้านที่ติดกับคลองลาดพร้าว น้ำได้เอ่อจากคลองท่วมเข้าถึงในบ้านแล้วหลายหลัง โดยเฉพาะวัดสิริกมลาวาส หรือวัดใหม่เสนาฯ ได้รับผลกระทบอย่างหนักเนื่องจากพื้นที่วัดติดริมคลองฯ รวมทั้งเป็นพื้นที่ต่ำ ทางวัดจึงได้เร่งเสริมแนวกระสอบทรายบริเวณริมคลองเพื่อสูบน้ำออก เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับพระสงฆ์
ซอยเสือใหญ่ รัชดา 36 อ่วมหนัก! น้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง
        รายงานสถานการณ์น้ำท่วม จากบริเวณซอยรัชดาภิเษก 36 หรือ ซอยเสือใหญ่อุทิศ ว่า น้ำท่วมขังที่เอ่อล้นจากคลองลาดพร้าว เริ่มแผ่ขยายวงกว้าง ซึ่งน้ำจากคลองบริเวณด้านหลังโลตัสวังหิน ได้เข้าท่วมชุมชนต่าง ๆ ริมคลองลาดพร้าวเช่น บริเวณชุมชนเสือใหญ่ ชุมชน วค.จันทรเกษม รวมทั้งคอนโด อพาร์ทเม้นท์ โดยมีน้ำท่วมขังค่อนข้างสูง
        นอกจากนี้ ปริมาณน้ำยังท่วมพื้นผิวการจราจรถนนโดยรอบพื้นที่ซอยเสือใหญ่ แผ่ขยายวงกว้างออกไปเกือบถึงด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ส่วนการจราจรผ่านเส้นทางน้ำท่วมจากปากซอยเสือใหญ่ไปยังโลตัสวังหิน มีระดับน้ำสูงประมาณ 20 – 40 เซนติเมตร ในบางจุด ซึ่งการจราจรยังสามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่ประชาชนที่อยู่ในย่านนี้บางส่วน เริ่มทยอยออกจากพื้นที่น้ำท่วมกันบ้างแล้ว
มวลน้ำ ถึง นิคมอุตสาหกรรมบางชัน แล้ว
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่านิคมอุตสาหกรรมบางชันเรียกประชุมผู้ประกอบการเพื่อเตรียมรับมือน้ำเหนือที่ไหลมาถึงนิคมอุตสาหกรรมบางชันแล้ว พร้อมกำชับให้ทุกโรงงานเสริมความแข็งแกร่งหรือเพิ่มความสูงแนวป้องกันน้ำของโรงงานอย่างเต็มที่
        โดยเฉพาะโรงงานที่อยู่ติดคลองแสนแสบและขอความร่วมมือในการช่วยกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำโดยเฉพาะในคลองบางชันที่ไหลผ่านกลางนิคมแห่งนี้พร้อมกับขอการสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำจากคลองบางชันลงสู่คลองแสนแสบด้วย ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี ส่งหนังสือแจ้งเตือนมาว่าระดับน้ำจะมาสูงถึง 2.50-3 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางบวกกับการเปิดประตูน้ำคลองสามวา ทำให้ระดับน้ำในคลองแสนแสบเพิ่มขึ้น 2 เซนติเมตร มาเป็น 63-64  เซนติเมตร จากเมื่อวานนี้อยู่ที่ระดับ 62-63 เซนติเมตรจากระดับทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นผลจากการเปิดประตูน้ำคลองสามวาและการทำลายด้านข้างประตูน้ำคลองสามวา ทำให้ไม่สามารถควบคุมกระแสน้ำที่ไหลเข้ามาได้จนมีผลทำให้ระดับน้ำในคลองแสนแสบเพิ่มขึ้นในที่สุด
        นอกจากนี้ ยังขอการสนับสนุนถุงยังชีพหรือเงินเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมบางชันและบางส่วนนำไปช่วยเหลือที่ประตูน้ำคลองสามวาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดน้ำได้มาที่ถึงนิคมบางชันแล้วโดยมาทางใต้ดิน ทางท่อระบายน้ำ โดยระดับน้ำขึ้นมาเอ่อเล็กน้อยด้านตรงข้ามโรงงานสหยูเนี่ยน บริเวณถนนเสรีไทย
น้ำมาถึงแยกบางเขนแล้ว  แยกเกษตรน้ำสูง 70ซม.
        สถานการณ์น้ำท่วม วันนี้ (2 พ.ย.) ระดับน้ำหลากเข้ามา บริเวณถนนวิภาวดี ทั้งขาเข้าและขาออกบริเวณแยกบางเขน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทดลองนำรถยนต์สายตรวจ เข้าไปทดสอบระดับน้ำบนพื้นผิวการจราจร พบว่า มีระดับน้ำที่สูงมากเกินครึ่งล้อรถยนต์ขึ้นมา รถยนต์ขนาดเล็กไม่ควรผ่าน ดังนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีการพิจารณา ปิดการจราจรถ.วิภาวดีรังสิต ขาออกและจัดจุดกลับรถไว้ 2 จุด จุดแรก บริเวณหน้าร้านอาหารเพลิน เพื่อบังคับให้รถขึ้นไปใช้ รัชวิภา
        ส่วนจุดที่ 2 หากมีรถหลุดเข้าไปอีกจะมีการคัดกรองรถให้ผ่านได้ เฉพาะรถยนต์ขนาดใหญ่เท่านั้น และเมื่อไปถึงวัดเสมียนนารี แล้ว ให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถนนโลคัลโรด ส่วนผู้ที่ใช้ทางยกระดับ โทลล์เวย์ ขาออก หากวิ่งไปสักระยะ แล้วต้องการจะกลับรถ เจ้าหน้าที่ ได้จัดจุดกลับรถไว้บริเวณหน้าสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และบริเวณฝ่ายช่างการบินไทย เพราะหากเลยไปลงที่ งามวงศ์วาน หรือ แจ้งวัฒนะ ระดับน้ำสูงมาก และหากกลับรถบนโทลล์เวย์ ใช้เส้นทางในฝั่งขาเข้า เจ้าหน้าที่ แนะนำให้มาลงที่ รัชดาภิเษก หรือ ดินแดง เพราะหากลงที่บางเขนจะเจอน้ำที่ท่วมขังค่อนข้างสูงระดับน้ำบริเวณแยกเกษตร สูง 70 เซนติเมตร ตำรวจจราจร สน.พหลโยธิน ให้รถเข้าไปใช้ เสนานิคม 1
        ขณะที่ บริเวณถ.พหลโยธิน จากแยกรัชโยธิน มุ่งหน้าแยกเกษตร มีปริมาณน้ำท่วมขังสูง ช่วงแยกเกษตรระดับน้ำประมาณ 70 เซนติเมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานที่ผ่านมา รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ โดยเจ้าหน้าที่ปิดการจราจร ตั้งแต่แยกเสนา รถยนต์ที่มาจากแยกรัชโยธิน มุ่งหน้าแยกเกษตร เจ้าหน้าที่จะปัดให้รถเลี้ยวขวา ที่ซอยเสนานิคม 1 เนื่องจากภายในซอยดังกล่าวน้ำยังไม่ท่วมและสามารถผ่านไปได้ ในหลายเส้นทาง ทั้งลาดพร้าว-วังหิน โชคชัยสี่ ส่วนรถยนต์จาก เกษตร-นวมินทร์ จากแยกสุคนธสวัสดิ์ มุ่งหน้าแยกเกษตร เจ้าหน้าที่จะปัดรถให้เลี้ยวซ้าย เข้าแยกวังหิน เช่นกัน
        ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สำหรับผู้ใช้เส้นทางให้วางแผน และตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้าน เพื่อความรวดเร็วและสะดวกต่อการเดินทาง
น้ำถึงแยกเสนานิคม ถ.เพชรเกษมอ่วม! ส่งเรือท้องแบน รับหญิงท้องแก่ ติดแยกเกษตร
        น้ำท่วมถนนพหลโยธินเอ่อถึงแยกเสนานิคมแล้ว เร่งส่งเรือท้องแบนรับหญิงท้องแก่ใกล้คลอดติดแยกเกษตรส่งโรงพยาบาล ด้านโรงพยาบาลวิภาวดี แจ้งงดรับผู้ป่วย ถนนเพชรเกษมอ่วม น้ำทะลักท่วมถนน จนถึงเดอะมอล์บางแค...

..................................................................................................
อัพเดทน้ำท่วม 1 พฤศจิกายน 54
ครม. มีมติไม่อนุมัติวันหยุดหนีน้ำท่วมเพิ่ม
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติ ไม่เห็นชอบตามข้อเสนอ ของ พล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ที่ให้ขยายวันหยุดราชการออกไปอีก หลังจากที่ ครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้หยุดราชการ ระหว่าง 27 -31 ตค. เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม.
        ทั้งนี้ ในส่วนของข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ให้เป็นดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการ โดยไม่ให้ถือว่าไม่เป็นวันลานอกจากนี้ ครม.ได้รับการประสานงานจากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้เลื่อนการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 จากเดิมที่นัดหมายประชุม 2-3 พ.ย. นี้ ออกไปเป็นสัปาดาห์หน้าเนื่องจาก สส. ติดขัดปัญหาการเดินทางมาร่วมประชุม จากกรณีพื้นที่ประชุมปัญหาอุทกภัย
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพฯ ลาดยาว ได้ขนย้ายผู้ต้องขังที่ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 200 คน เดินทางมาด้วยรถยนต์ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จำนวน 4 คัน พร้อมจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำจำนวน 14 คน นำโดยนายสมชาย ศักดิ์ศรี หัวหน้าฝ่ายควบคุมเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพฯ โดยนำผู้ต้องขังทั้งหมดมาฝากขังไว้ที่เรือนจำจังหวัดตราด
        ทั้งนี้นายมณฑล ศรีกระจิบ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดตราด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดอุทกภัยขึ้นในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้หลายจังหวัดถูกน้ำท่วมบ้านเมือง รวมทั้งเรือนจำในจังหวัดต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วม ทำให้มีผู้ต้องขังได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมมีมากกว่า 3 หมื่นคน
สำหรับเรือนจำจังหวัดตราดรับนักโทษจากเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 50 คน ,จ.ปทุมธานี จำนวน 250 คน และวันนี้จากกรุงเทพอีก 200 คน ขณะที่นักโทษในเรือนจำจังหวัดตราดก็มีอยู่ประมาณกว่า 100 คน ทำให้มีนักโทษในเรือนจำมากกว่า 500 คนแล้ว
        อย่างไรก็ตาม ในด้านการดูแลผู้ต้องขังที่ฝากขังได้มีการพูดคุยกับผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดตราดให้เข้าใจและเห็นใจในปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ทุกคนช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ต้องขังทุกคนทั้งชายและหญิง อย่างผู้ต้องขังจากแดนหญิง ที่มีการเรี่ยไรเงินกันคนละเล็กน้อย จนสามารถรวบรวมเงินได้ 1,800 บาท โดยผู้ต้องขังระบุว่าจะนำเงินทั้งหมดนี้ไปซื้ออาหารเลี้ยงนักโทษที่ประสบภัยและย้ายมาอยู่ที่เรือนจำจังหวัดตราด ทั้งนี้คาดว่าผู้ต้องขังเหล่านี้จะต้องอาศัยอยู่ในเรือนจำจังหวัดตราดนานประมาณ 1 เดือน ส่วนผู้ต้องขังที่มาจากอยุธยา และปทุมธานี อาจจะกลับสู่เรือนจำเดิมได้ในเร็วๆ นี้หากสถานการณ์ดีขึ้น
ประมวลภาพ แยกเกษตรอ่วม!! น้ำท่วมหนัก มวลน้ำมุ่งสู่ เมเจอร์รัชโยธิน
        สี่แยกเกษตร-พหลโยธิน น้ำท่วมสี่แยกหมดแล้ว จราจรติดขัด รถเล็กผ่านไม่ได้ และมวลน้ำกำลังมุ่งหน้าไปเมเจอร์ รัชโยธิน ส่วนอุโมงค์แยกเกษตรยังใช้การได้อยู่ซึ่งบริเวณแยกเกษตร ถ.พหลโยธิน ทั้งขาเข้าและออก ระดับน้ำสูงประมาณ 40-50 เซนติเมตรส่วนทางด้านพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังน้ำได้เข้าท่วมเต็มพื้นที่ ล่าสุด น้ำได้เพิ่มปริมาณเป็นบางจุด ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซ.ม.แล้ว


        เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 2 พ.ย. ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำ ที่เริ่มทะลักเข้าใจกลางกรุงเทพมหานคร พบว่า เช้าวันนี้ น้ำที่ท่วมขังบริเวณแยกเกษตร ได้เอ่อและล้นมาถึงแยกเสนานิคมแล้ว โดยระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และไหลเข้ามายังถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าแยกรัชโยธินอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำแผงมากั้นที่บริเวณแยกเสนานิคมต้ังแต่เวลา 04.00 น. เพื่อไม่ให้รถเล็กผ่านเข้าไป เนื่องจากน้ำมีระดับสูงขึ้น มีเพียงรถเมล์และรถที่สูงๆ เท่านั้น ที่สามารถเดินทางเข้าไปได้

 
        ขณะที่แยกเกษตรน้ำสูงขึ้นอีกจากเมื่อวานนี้ ทำให้ต้องปิดอุโมงค์ลอดแยกเกษตรไป แม้จะไม่มีน้ำไหลเข้าไปข้างในก็ตาม เพราะเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เนื่องจากรถที่มุ่งหน้าไปยังถนนวิภาวดี จะไม่สามารถขึ้นไปยังถนนเกษตร-นวมินทร์ได้ เพราะระดับน้ำสูงกว่า 70 เซนติเมตร ทำให้รถพากันกลับรถและสวนทางกลับมายังทางลงอุโมงค์ อาจทำให้ประสบเหตุกับรถที่สวนขึ้นมาได้ จึงจำเป็นต้องปิดอุโมงค์เป็นการชั่วคราว ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้จะมีการประเมินอีกครั้ง ว่าจะเปิดให้บริการหรือไม่

        ในเวลาเดียวกัน ที่บริเวณแยกเกษตร มีหญิงท้องแก่ใกล้คลอด ติดอยู่บริเวณดังกล่าว ไม่สามารถออกมาได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งนำเรือท้องแบน ไปช่วยรับผู้หญิงคนดังกล่าวออกมา
        น้ำล้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทะลักท่วมพื้นที่แยกเกษตรแล้ว ล่าสุดน้ำผุดขึ้นจากท่อ ทำให้ถนนฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัย เริ่มมีน้ำท่วมขังใกล้ซอยงามวงศ์วาน 62 ขณะที่อุโมงค์ลอดแยกเกษตรยังเปิดใช้ตามปกติ แม้จะมีน้ำไหลซึมบ้าง…

        เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 1 พ.ย. ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำในช่วงเช้าของวันทำงานวันแรก หลังรัฐบาลประกาศวันหยุดราชการไปตั้งแต่วันที่ 27-31 พ.ย. ล่าสุดน้ำจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ได้ล้นมายังสี่แยกเกษตรแล้ว โดยระดับน้ำสูงเฉลี่ยประมาณ 20 เซนติเมตร จากที่เมื่อวานนี้ (31 ต.ค.) น้ำยังอยู่แค่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัย บนถนนพหลโยธินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และที่บริเวณถนนด้านมหาวิทยาลัยเกษตร เส้นเกษตร-นวมินทร์ มุ่งหน้าไปแยกลาดปลาเค้า น้ำได้ท่วมขังเต็มพื้นถนนแล้ว บางจุดสูงจนรถจักรยานยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้

 



 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้ความช่วยเหลือไทย 395 ล้านบาท
        รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้ความช่วยเหลือไทย 395 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูประเทศจากน้ำท่วม พร้อมอนุญาตแรงงานบริษัทในเครือไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นได้...
        บรรษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งญี่ปุ่น หรือ NHK รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจให้เงินช่วยเหลือประมาณ 395 ล้านบาทแก่ไทย เพื่อนำไปฟื้นฟูประเทศจากสภาพน้ำท่วม นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะอนุญาตให้แรงงานชาวไทยที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่นที่ถูกพักงานจากน้ำท่วม สามารถเข้าไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นได้ และส่งผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น มาให้คำปรึกษาเรื่องการระบายน้ำจากพื้นที่เขตเมือง รัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวว่า ไทยต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ในสภาพที่น้ำกำลังท่วมแผ่ขยายวงกว้าง และรัฐบาลญี่ปุ่นจะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ไทย หลังจากที่ได้ประเมินความต้องการแล้ว
น้ำท่วมแยกเกษตร ซึมอุโมงค์ ผุดท่อขึ้นถ.อีกฝั่ง

        ทั้งนี้ น้ำยังได้ผุดขึ้นจากท่อบนถนนเกษตร-นวมินทร์ ฝั่งตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริเวณใกล้ซอยงามวงศ์วาน 62 แล้วเช่นกัน ขณะที่ประชาชนใกล้เคียง เริ่มตื่นและออกมาสังเกตระดับน้ำย่านบริเวณดังกล่าวจำนวนมาก และพากันวิจารณ์ว่า น้ำเอ่อขึ้นจากท่ออย่างรวดเร็ว ส่วนพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาดอมรพันธุ์ก็ยังค้าขายผักสดกันตามปกติ

 
        นอกจากนี้ น้ำยังได้ล้นมาถึงถนนประเสริฐมนูกิจ โดยรถยนต์ยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ แต่ต้องชะลอความเร็วกันเป็นจำนวนมาก และน้ำยังไหลซึมลงไปยังอุโมงค์หรือทางลอดแยกเกษตรบ้างแล้ว แต่ยังมีปริมาณไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้รถยนต์ยังสามารถขับลอดอุโมงค์ได้ตามปกติทั้ง 2 ฝั่ง โดยยังไม่มีการปิดการจราจรแต่อย่างใด.
เปิดชื่อ19เขตกทม. “รอดน้ำท่วม“
        นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยในรายการ เจาะข่าวเด่น ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ถึงการระบายน้ำท่วมในกทม. โดยระบุว่า เขตที่จะรอดจากน้ำท่วม 19 เขตคือ บางขุนเทียน บางบอน ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ จอมทอง ภาษีเจริญ วัฒนา ดินแดง สาทร ราชเทวี พญาไท ปทุมวัน ป้อมปราบฯ สวนหลวง ประเวศ ห้วยขวาง วังทองหลาง บางซื่อ บางกอกน้อย
        3 เขตเสี่ยง ได้แก่ สะพานสูง บางกะปิ บึงกุ่ม ที่อยู่ริมคลองแสนแสบ จากเปิดคลองสามวา ประชาชนที่อยู่ ตามแนวริมคลองจะได้รับผลกระทบมากกว่า
        11 เขตที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำขึ้น-ลงของแม่น้ำเจ้าพระยา คือ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางรัก บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย พระโขนง คลองสาน บางกอกใหญ่ บางนา
        5 เขตกทม. ที่ต้องรับน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ คลองสามวา มีนบุรี ลาดกระบัง หนองจอก บางแค และ 7 เขต ที่ต้องได้รับผลกระทบรุนแรงคือ ดอนเมือง บางพลัด สายไหม ทวีวัฒนา หลักสี่ บางเขน ตลิ่งชัน โดยกทม.พยายามจะยันพื้นที่ เขตห้วยขวาง วังทองหลางให้มากที่สุด
......................................................................................................
อัพเดทน้ำท่วม 31 ตุลาคม 54
        ผู้ว่าฯ กทม.ประกาศอพยพ "แขวงบางไผ่ เขตบางแค" เกรงน้ำจะเข้ามาถึงถนนเพชรเกษมภายในคืนนี้ หรือพรุ่งนี้(1 พ.ย.) จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยันเปิดประตูคลองสามวาได้แค่ 80 ซม.เท่านั้น ถ้าจะเปิด 1 ม.นายกฯ ต้องลงลายลักษณ์อักษรมาถึง...
        เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ศูนย์ก่อสร้าง และบูรณะ 4 เขตบางแค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ในเขตบางแคมีน้ำท่วมสูงมาก กทม.จึงตัดสินใจประกาศให้แขวงบางไผ่ เขตบางแค เป็นพื้นที่อพยพอีกแห่งหนึ่ง เนื่องจาก กทม.เกรงว่าน้ำจะเข้ามาถึงถนนเพชรเกษม เขตหนองแขม ภายในคืนนี้ หรือในวันที่ 1 พ.ย. จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

        ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันตกมีความไม่แน่นอนสูงมาก สถานการณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งในเขตตลิ่งชันน้ำยังไม่นิ่ง หากน้ำไม่มาเพิ่มจะสามารถเข้าสู่ระบบการระบายน้ำของ กทม. คาดว่าน้ำจะลดอย่างเห็นได้ชัดใน 3-4 วัน และจะแห้งภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่ง กทม.ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการช่วยเร่งระบายน้ำออกแม่น้ำท่าจีน ส่วนกรณีความขัดแย้งการเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวานั้น ทาง กทม.มีภารกิจสำคัญในการป้องกันเขตนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ตามคำสั่งของ ศปภ. ดังนั้น กทม.จะไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวาเพิ่มขึ้นถึง 1 เมตร เพราะเป็นการเสี่ยงเกินไป โดยขณะนี้เปิดได้กว้างสุด 75-80 ซม. เท่านั้น

        "ก่อนหน้านี้นายกฯ ได้มีคำสั่งให้ กทม. ปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจนิคมอุตสาหกรรม โดยมีคำสั่งเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษร ดังนั้นหากต้องการให้เปิดประตูระบายน้ำคลองสามวาเพิ่มเป็น 1 เมตร ก็ต้องมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรมาเช่นกัน ไม่ว่าความกดดันจะมีมากแค่ไหน ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ผมต้องทำตามคำบัญชาที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน จึงจะทำตาม" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว.

        สถานการณ์น้ำล่าสุดบริเวณหมู่บ้านเสนานิเวศน์ ภายในซอยเสนานิคม เขตลาดพร้าว น้ำได้ผุดจากท่อระบายน้ำเอ่อท่วมถนนภายในหมู่บ้านแล้ว โดยจุดที่ต่ำนั้นระดับน้ำสูงถึงประมาณ 20 ซ.ม. โดยชาวบ้านคนหนึ่งเล่าว่า น้ำได้เริ่มเอ่อจากท่อระบายน้ำขึ้นมา ในช่วงเช้าที่ผ่านมา จากนั้นก็เพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
        ขณะเดียวกัน ที่บริเวณถนนเกษตร-นวมินทร์ ช่วงบริเวณใต้สะพานกลับรถบางบัวนั้น น้ำจากคลองบางบัวได้เอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณดังกล่าว สูงประมาณ 40-50 ซ.ม. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กมาวางกั้นเพื่อไม่ให้รถผ่านเข้าไปกลับรถได้แล้ว เนื่องจากระดับน้ำสูงอย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่อยู่ภายในบริเวณนี้และใกล้เคียง ต่างพากันออกมาสังเกตการณ์ระดับน้ำ กันอย่างต่อเนื่องรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม ที่ออกมาตรวจตราระดับน้ำ และความเรียบร้อยของรถยนต์ที่ประชาชนนำมาจอดหนีน้ำบนสะพานข้ามคลองดังกล่าว
        ขณะที่ นายบพิตร แสงแก้ว ผอ.เขตลาดพร้าว กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เขตลาดพร้าว ว่า ขณะนี้ทางเขต ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่าจะมีน้ำไหลทะลักเข้าท่วม โดยทางเขต ได้ซ่อมเสริมแนวคันกั้นน้ำเพื่อสมบูรณ์แข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้ 3 เครื่อง เพื่อระบายน้ำออก หากสถานการณ์รุนแรง ก็คงต้องเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่โดยเร่งด่วน ทางเขตได้เตรียมการ โดยมีศูนย์พักพิงใน 6 โรงเรียน ได้แก่ ร.ร.วัดลาดพร้าว ร.ร.วัดลาดปลาเค้า ร.ร.เทพวิทยา ร.ร.คลองทรงกระเทียม ร.ร.เพชรถนอม และ ร.ร.ลอยสายอนุสรณ์ ซึ่งทางเขตได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา
        สำหรับสถานการณ์น้ำคลองลาดพร้าวล่าสุด (31 ต.ค.) เวลาประมาณ 20.00 น. น้ำยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเหลืออีกเพียง 3-4 ซม. น้ำจะเอ่อล้นตลิ่ง ซึ่งทางเ้จ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังกันเป็นพิเศษ
        พนังกั้นน้ำคลองพระโขนง บริเวณหมู่บ้านเปรมฤทัย ซ.สุขุมวิท 50 พังลงอีกครั้งมีความกว้างประมาณ 10 เมตร ส่งผลกระทบต่อ หมู่บ้าน และพื้นที่ใกล้เคียง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งซ่อมเพื่อไม่ให้ส่งผลในวงกว้าง ผอ.เขตคลองเตย ระบุ ยังบอกไม่ได้ว่าจะซ่อมแซมเสร็จเมื่อใด...
        วันที่ 31 ต.ค. นางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ ผอ.เขตคลองเตย กล่าวกับทีมข่าวและได้อธิบายสาเหตุการพังในครั้งนี้ว่า จากสาเหตุพนังกั้นน้ำคลองพระโขนง บริเวณหมู่บ้านเปรมฤทัย ซ.สุขุมวิท 50 พังลงอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 มีความกว้างประมาณ 10 เมตร ขณะนี้ทางสำนักการระบายน้ำ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้มาดำเนินการในจุดเสียหายแล้ว ส่วนเรื่องของสาเหตุนั้นเกิดขึ้นมาจากแรงดันของมวลน้ำที่มีมาก เช่นเดี่ยวกับสองครั้งที่ผ่านมา การดำเนินการที่จะปิดนั้น ยังไม่สามารถทำได้ ณ เวลานี้ แต่สิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้ คือ การล้อมน้ำเพื่อลดแรงดันของน้ำให้ลดลง
        ส่วนผลกระทบที่มีต่อชาวบ้าน นั้น ผอ. เขตคลองเตย กล่าวว่า จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในหมู่บ้านเปรมฤทัยและหมู่บ้านเริ่มเจริญ มีน้ำเข้าในพื้นที่ ส่วนในเรื่องของการอพยพนั้นคงไม่ถึงกับต้องอพยพ เพราะน้ำไม่ได้ท่วมมากถึงกับต้องอพยพ แต่จะส่งผลกระทบกับบ้านที่ตั้งอยู่ต่ำกว่าพื้นถนน ก็จะได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ ตอนนี้ ผอ.เขต ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านทุกวันก็จะไม่มีปัญหาในจุดนี้ "ทาง ผอ.เองก็ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ทุกคนพยายามเต็มที่ ทั้งเจ้าหน้าที่จากสำนักระบายน้ำ เจ้าหน้าที่เขต อปพร. ตำรวจ และทหาร ได้เข้ามาช่วยกัน
        แต่ด้วยความที่พนังค่อนข้างเก่า และแรงดันน้ำที่แรงมาก จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น ทางด้านการป้องกัน ณ ตอนนี้ สำนักการระบายน้ำร่วมกับเขตคลองเตย กำลังพิจารณาหาหนทางแก้ไขให้ดีที่สุด เพราะในเรื่องของการป้องกัน ตลอดจน ระบบระบายน้ำทางด้านของหลักวิชาการและแนวทางการปฏิบัตินั้น ทาง สำนักการระบายน้ำ ทาง นายอดิศักดิ์ ขันตี รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ได้เข้ามาดูในเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ส่วนเขตนั้นมีหน้าที่ให้การสนับสนุนเต็มกำลัง ซึ่งทุกคนก็ทำงานกันอย่างเต็มที่" นางวิภารัตน์ กล่าว.
กทม.เผยแผนที่น้ำท่วมและแผนที่เขตเฝ้าระวัง
        เว็บไซต์เฟซบุ๊กของกทม. The Bangkok Governor ได้เผยแพร่ภาพแผนที่แสดงจุดที่มวลน้ำมาถึง และแสดงพื้นที่อพยพ พื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ โดยแบ่งเป็นสี 4 สี ดังนี้
 สีชมพู ที่ปรากฏขนาดใหญ่และเป็นจุดตามบริเวณต่างๆ แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ที่น้ำหลากเข้ามา
 
 สีแดง เป็นพื้นที่ที่กทม.ประกาศเป็น พื้นที่อพยพ ได้แก่ เขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน บางพลัด หลักสี่       ดอนเมือง สายไหม
 
 สีส้ม เป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ ได้แก่ บางซื่อ จตุจักร ลาดพร้าว บางเขน วังทองหลาง
 ขณะที่ สีเหลือง เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ คลองสามวา คันนายาว หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง
(ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตค.54)
ระดับน้ำบางพลัดถึงแยกบางขุนนนท์ ยังเพิ่มสูงต่อเนื่อง
        ระดับน้ำถนนจรัญสนิทวงศ์ช่วงแยกบางพลัดถึงแยกบางขุนนนท์ในช่วงบ่ายวันนี้ยังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ร้านค้าและตลาดสดบางแห่งยังจำหน่ายสินค้าได้แต่สินค้ามีจำนวนน้อย

ปภ.สรุปน้ำยังท่วม 26 จ. รวม กทม.ตายพุ่ง 381 ศพ
        ปภ.ระบุยังมีน้ำท่วมใน 26 จ. รวมทั้งกรุงเทพฯ นครสวรรค์ ลพบุรี สุพรรณบุรี และอุทัยธานี ส่วนสุโขทัย-กำแพงเพชรน้ำแห้งแล้ว โดยมีผู้เดือดมากถึง 2.4 ล้านคน จากกว่า 7.2 ครอบครัว ส่วนผู้เสียชีวิตรวมสูงถึง 381 ราย...
       
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ขณะนี้ มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 26 จังหวัด ได้แก่
1. พิจิตร 2. พิษณุโลก 3. นครสวรรค์   4. อุทัยธานี   5. ชัยนาท 6. สิงห์บุรี 7. อ่างทอง
8. พระนครศรีอยุธยา   9. ลพบุรี        10. สระบุรี     11. สุพรรณบุรี         12. นครปฐม 
13. ปทุมธานี             14. นนทบุรี     15. สมุทรสาคร   16. กรุงเทพมหานคร  17. อุบลราชธานี
18. ขอนแก่น            19. ศรีสะเกษ  20. สุรินทร์    21. ร้อยเอ็ด            22. มหาสารคาม
23. กาฬสินธุ์             24. ฉะเชิงเทรา 25. นครนายก       และ 26. ปราจีนบุรี
        รวม 152 อำเภอ 1,145 ตำบล 8,373 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 724,364 ครัวเรือน 2,428,907 คน และมีผู้เสียชีวิต 381 ราย.
ตลาดไทยังรอด ไม่ถูกน้ำท่วม ซื้อ-ขายปกติ
        น้ำไม่ท่วมตลาดไท จ.ปทุมฯ ยังเปิดซื้อขายตามปกติ แต่ภาพรวมหงอยไปพอสมควร ด้านพ่อค้าแม่ค้าสี่มุมเมืองหันขนของขายตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร ชั่วคราว...
        เมื่อเช้าวันที่ 31 ต.ค. มีรายงานบรรยากาศการซื้อขายสินค้าหมวดอาหารที่ตลาดไท จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายอาหารเลี้ยงคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลแหล่งใหญ่ ปรากฏว่าตลาดยังคงเปิดซื้อขายตามปกติและไม่มีน้ำท่วมขัง แม้ช่วงสายของวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุน้ำเซาะกำแพงของหมู่บ้านพระปิ่น 7 ด้านทิศใต้ของตลาดไทพังเป็นแนวยาวกว่า 50 เมตร จนน้ำทะลักเข้าท่วมตลาดผัก และตลาดสด ต่อมาผู้บริหารตลาดได้ระดมกำลังอุดรูจุดรั่วและสูบน้ำออกจนหมด
        อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ในวันที่ 31 ต.ค. ตลาดไทจะเปิดซื้อขายตามปกติ แต่ภาพรวมแล้วบรรยากาศการซื้อขายไม่คึกคักเท่ากับก่อนหน้าน้ำจะท่วมพื้นที่ จ.ปทุมธานี และกรุงเทพฯทั้งนี้ ยังมีข้อมูลว่าสืบเนื่องจากน้ำได้ทะลักเข้าท่วมตลาดสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งซื้อขายอาหารเลี้ยงคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลแหล่งใหญ่ เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์แล้ว ทำให้ผู้ค้าในตลาดสี่มุมเมือง เร่ิมย้ายไปซื้อขายสินค้าที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร แทน จนกว่าจะสามารถกลับมาขายในตลาดสี่มุมเมืองได้ตามปกติ.
        น้ำล้นทะลักเข้าถนนวิภาวดีรังสิตเลนคู่ขนาน และข้ามเข้ามาถึงถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าแล้ว 1 เลน หน้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อยมาจนถึงจุดตัดระหว่างถนนงามวงศ์วานและวิภาวดีรังสิต คาดเช้านี้การจราจรติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากระดับน้ำสูงพอสมควร...
        เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 31 ต.ค. ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ เดินทางไปสำรวจสถานการณ์น้ำบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต พบว่าที่สถานีสูบน้ำที่ 12 คลองบางเขน (ขาเข้าทิศเหนือ) ของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร มีน้ำจากคลองหน้าโรงงานยาคูลท์ ไหลทะลักออกมายังถนน เนื่องจากมีการสูบน้ำจากคลองหน้าโรงงานซึ่งอยู่ติดกับถนนวิภาวดีรังสิตลงสู่คลองบางเขนในขณะนี้
        และเมื่อข้ามคลองบางเขนมาหน้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติก็พบว่า มีน้ำล้นออกมาบนถนนวิภาวดีรังสิตช่องทางคู่ขนาน ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อยมาจนถึงหน้าโรงพยาบาลวิภาวดี ระดับสูงประมาณ 20 เซนติเมตร นอกจากนี้ น้ำยังได้เอ่อล้นออกมายังช่องทางด่วนแล้ว 1 เลน ทำให้รถยนต์ที่วิ่งผ่านต้องชะลอความเร็ว และวิ่งได้อย่างช้าๆ ขณะที่รถจักรยานยนต์ต้องหยุดวิ่ง เนื่องจากน้ำได้เข้าท่อไอเสีย และบางคันต้องหนีน้ำจากถนนคู่ขนานออกมาวิ่งในช่องทางด่วนแทน
        อย่างไรก็ตาม คาดว่าการสัญจรในบริเวณดังกล่าวในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นวันทำงานวันแรก อาจจะต้องประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังบริเวณดังกล่าวอย่างแน่นอน เนื่องจากถนนเลนซ้ายสุดน้ำจะสูงกว่าปกติ ทำให้รถทุกคันต้องวิ่งเบี่ยงขวาที่น้ำไม่มากนัก เช่นเดียวกับจุดกลับรถหน้าโรงพยาบาลวิภาวดี ช่วงนี้มีปริมาณน้ำมากที่ท่วมขังอยู่บนถนน รถที่มาจากเส้นทางเกษตร-นวมินทร์ เพื่อออกถนนวิภาวดีรังสิต อาจจะต้องประสบปัญหาด้วยเช่นกัน.

        กรมอุทกศาสตร์คาดน้ำทะเลหนุนเจ้าพระยาสูงสุดวันนี้ช่วง11.30น.ที่ระดับ2.5 เมตร กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ รายงานว่า น้ำทะเลหนุนแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุดวันนี้ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ เวลา 11.30น.อยู่ที่ระดับ 2.5เมตร ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 04.30น. น้ำลงเต็มที่อยู่ที่1.53 เมตร เวลา 15.23น. น้ำลงเต็มที่ 2.20 เมตร และเวลา 19.53น. น้ำขึ้นเต็มที่ 2.30 เมตร
รองผู้ว่า คาด 20 เขตชั้นในกรุงเทพ ไม่ท่วม
        นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในคลองสองขณะนี้มีแนวโน้มดีขึ้น หลังมีการรื้อถอนประตูระบายน้ำคลอง 9 10 11 12 และ 13 รวมถึงกรมชลประทานได้ติดตั้วเพิ่มเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำคลองหกวาสายล่างที่คลอง 13 เพื่อเร่งระบายลงสู่แม่น้ำบางประกงกว่าวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นจึงคาดว่าอีก 5 วัน ระดับน้ำคลองหกวาจะลดลงเหลือ 2 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
        จากแนวทางดังกล่าว จะส่งผลให้พื้นที่ประมาณ 20 เขตในกรุงเทพมหานคร มีแนวโน้มที่น้ำจะไม่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ ได้แก่ เขตพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่ที่ไม่ติดกับริมคลอง อาทิ เขตดินแดง พญาไท บึ่งกุ่ม บางซื่อ สะพานสูง วัฒนา ประเวศ บางกะปิ สาทร ทุ่งครุ และราชเทวี เป็นต้น
อัพเดทน้ำท่วม 30 ตุลาคม 54
นายกฯ ไม่ประกาศวันหยุดเพิ่ม บอกไม่มีประโยชน์ หวั่นผลกระทบภาพรวม
        น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ( 30 ตุลาคม 2554) ว่า จะยังไม่ประกาศวันหยุดเพิ่ม เนื่องจากเกรงกระทบภาพรวม และเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรโดยสั่งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนขอให้พิจารณาวันหยุดแก่พนักงานที่ประสบภัยน้ำท่วมได้โดยไม่ถือเป็นวันลาแทน ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าของบริจาคประชาชนถูกทิ้งเต็มศปภ.ดอนเมือง หลังย้ายศุนย์นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องแต่จะสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง
        เพื่อให้คนเราเหล่านี้สามารถเข้าไปแก้ปัญหาของครอบครัวได้ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าของบริจาคประชาชนถูกทิ้งเต็มศปภ.ดอนเมือง หลังย้ายศุนย์นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องแต่จะสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง  ยืนยันว่า  มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาในเรื่องการเบิกจ่ายใช้ของบริจาค ทุกอย่างไม่มีใครเก็บไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องนำไปช่วยเหลือประชาชน และได้นำส่งไปช่วยเหลือประชาชนจริงๆ ซึ่งอาจมองว่าไปไม่ทั่วถึงเพราะตรงนี้อยู่ที่ความต้องการแต่ละพื้นที่ด้วย
กทม. สั่งอพยพด่วน ประชาชน 5ริมคลอง
        เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้แถลงว่า กทม.ได้ลงนามประกาศให้ แขวงฉิมพลี แขวงตลิ่งชัน แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน เป็นเขตเฝ้าระวังพิเศษ และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนที่อาศัยในแขวงฉิมพลี แขวงตลิ่งชัน แขวงระมาด เขตตลิ่งชัน เตรียมพร้อมในการอพยพทุกขณะ เนื่องจากน้ำเหนือได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่กทม.อย่างต่อเนื่อง ส่วนประชาชนในพื้นที่ริมสองฝั่งคลองทั้ง 5 สายประกอบด้วยคลองเปรมประชาในเขตหลักสี่, คลองลาดพร้าวในเขตลาดพร้าว เขตจตุจักร, คลอง 2 ในเขตบางเขน, คลองถนนในเขตบางเขน และคลองบางบัวในเขตบางเขน ขอให้ประชาชนในจุดดังกล่าวอพยพไปยังศูนย์พักพิงที่กรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ให้ เนื่องจากขณะนี้น้ำได้เพิ่มระดับสูง
ม.เกษตร พร้อมอพยพ คาดน้ำท่วมเต็มพื้นที่
    ม.เกษตรฯ เตรียมอพยพแล้ว คาดน้ำท่วมเต็มพื้นที่แน่ ขณะทางด้าน ศปภ.เร่งขนย้ายของบริจาคออก..
        วันที่ 30 ต.ค. เมื่อเวลา 12.45 น. สถานการณ์น้ำท่วมภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เริ่มมีน้ำเอ่อท่วมถึงตั้งแต่ช่วงเช้า ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อช่วง 12.45 น.ที่ผ่านมาว่า สภาพภายในมหาวิทยาลัยเริ่มมีน้ำท่วมบางจุดแล้ว โดยเฉพาะที่โรงสูบน้ำ ซึ่งถือว่าน้ำท่วมสูงสุดประมาณ 30 ซม. ขณะที่ในส่วนของผู้ประสบภัยที่มหาวิทยาลัยรับไว้นั้นขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 650 คน ซึ่งยังพักอยู่ที่อาคารหอพักนิสิตมหาวิทยาลัย แต่ล่าสุดมหาวิทยาลัยมีนโยบายให้อพยพผู้ประสบภัยทั้งหมดออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัยแล้ว เนื่องจากประเมินว่าภายใน 1-2 วันนี้น้ำจะเข้าท่วมภายในมหาวิทยาลัยจนหมด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมยานพาหนะเพื่อขนย้ายผู้อพยพ
        อย่างไรก็ตาม แผนการรองรับสถานการณ์นี้ มหาวิทยาลัยได้เตรียมมาก่อนหน้านี้ 1-2 วันแล้ว โดยได้ขนย้ายเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ รวมถึงหนังสือต่างๆ ขึ้นสู่ที่สูงหมดแล้วขณะที่ทางด้าน ศปภ.นั้น พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษก ศปภ. กล่าวถึงเรื่องการจัดการอาคาร ศปภ.เก่าที่ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยระบุว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่รถยนต์สามารถเดินทางเข้าถึงท่าอากาศยานได้ ซึ่งจะรีบทำการขนย้ายเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆที่ได้รับบริจาคมาออกให้หมด ส่วนที่มีข้อสงสัยว่าสิ่งของบริจาคตกค้างอยู่จำนวนมากนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบการบริหารจัดการของผู้เกี่ยวข้องกับการกระจายข้าวของที่ได้รับบริจาคมา ซึ่งตนเองตอบไม่ได้ว่าใครเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้
ชาวบ้านรื้อคันกั้นน้ำวัดนาวง น้ำทะลักคลองประปา
        ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดปัญหาประชาชนรื้อคันกั้นน้ำบริเวณวัดนาวง ดอนเมือง ส่งผลให้ในช่วงเช้าวันนี้ (30 ต.ค.) น้ำได้ทะลักเข้ามาในคลองประปา ล้นออกสู่ถนนแจ้งวัฒนะ ทำให้มีน้ำท่วมตั้งแต่บริเวณสี่แยกสะพานข้ามคลองประปาต่อเนื่องถึงด้านหน้าโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โดยน้ำที่ไหลเข้าท่วมขังสูงประมาณ 40 ซม. ขณะที่ซอยแจ้งวัฒนะ 14 บริเวณหน้าปากซอยกลับมามีน้ำท่วมขังสูง 40 ซม.เช่นกัน ทำให้สน.ทุ่งสองห้องต้องนำเรือที่จากเทศบาลเมืองมุกดาหารมารับส่งประชาชน เนื่องจากรถบรรทุกของทหารใช้ความเร็วได้ช้าลง เนื่องจากระดับน้ำภายในหมู่บ้านเมืองทองนิเวศน์ 1 และหมู่บ้านจัดสรรอีกหลายแห่งภายในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ระดับน้ำสูงเกินกว่า 1 เมตรแล้ว

ทั้งนี้ หากน้ำยังทะลักเข้าคลองประปาอีกต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการจ่ายน้ำประปาฝั่งพระนคร
        ดุสิตโพลระบุ ประชาชนส่วนใหญ่สับสนต่อการให้ข้อมูลน้ำท่วมของภาครัฐ เมื่อเกิดน้ำท่วม ร้อยละ 68.07 ไม่คิดจะอพยพ เพราะไม่อยากทิ้งบ้าน และกลัวโจรแมวน้ำ ขณะที่ชาวบ้านมั่นใจ "ทหาร-สื่อ" ให้การช่วยเหลือ...
        "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ทั้งผู้ที่พักอาศัยในศูนย์พักพิง และตามบ้านเรือนต่างๆ จำนวน 2,136 คน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เมื่อถามว่า ประชาชนคาดคิดมาก่อนหรือไม่ว่า จะมีน้ำท่วมใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ ? ส่วนใหญ่ ร้อยละ 37.83 ไม่คาดคิด เพราะกรุงเทพฯ ถือเป็นเมืองหลวง และเขตเศรษฐกิจ น่าจะป้องกันได้ ฯลฯ ขณะที่ร้อยละ 33.57 ไม่แน่ใจ เพราะไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริง บางฝ่ายก็ว่าจะท่วม บางฝ่ายก็ว่าจะไม่ท่วม ฯลฯ และร้อยละ 28.60 คาดว่าจะท่วม เพราะมีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมาก และเกิดการท่วมในพื้นที่ต่างจังหวัดแล้ว ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นที่ลุ่ม มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านฯลฯ ทั้งนี้หากน้ำท่วม ประชาชนร้อยละ 68.07 คิดว่า จะไม่อพยพ เพราะไม่อยากทิ้งบ้าน กลัวโจรขโมย, คิดว่าคงท่วมไม่มาก อยู่ที่บ้านน่าจะสบายกว่า, การอพยพเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากฯลฯ ขณะที่ร้อยละ 21.36 ไม่แน่ใจ ขอดูระดับน้ำก่อน และร้อยละ 10.57 พร้อมอพยพ เพราะมีลูกหลานเป็นเด็กเล็ก, ป่วย สุขภาพไม่ดี, ไม่มีที่นอน, การเดินทางลำบาก ฯลฯ

        เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับข้อมูลน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ฝ่ายรัฐบาลนำเสนอ ร้อยละ 37.27 ระบุข้อมูลสับสน ไม่ชัดเจน ขาดความน่าเชื่อถือ ร้อยละ 24.20 เห็นว่า ข้อมูลแต่ละหน่วยงาน/บุคคล มีความขัดแย้งกันเอง จนไม่รู้ว่าจะเชื่อข้อมูลจากหน่วยงาน/บุคคลใด ร้อยละ 19.34 รู้สึกว่าการประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึง ร้อยละ 12.92 ระบุ ข้อมูลที่มีการนำเสนอไม่ตรงกับข้อมูลที่ต้องการรู้ และร้อยละ 6.27 รู้สึกว่า ไม่ได้รับข้อมูลจากผู้ที่รู้จริง จึงทำให้เกิดความชะล่าใจ หรือตื่นตระหนกมากเกินไปเมื่อถามถึงการช่วยเหลือ ประชาชนร้อยละ 84.88 รู้สึกมั่นใจในความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทหาร
        เนื่องจากมีกำลังพลมาก, มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงฯลฯ ร้อยละ 80.24 มั่นใจในความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน เพราะมีศักยภาพด้านการประชาสัมพันธ์ และการระดมสิ่งของต่างๆ เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ฯลฯ ร้อยละ 71.11 มั่นใจในความช่วยเหลือจากรัฐบาล เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเอาจริงเอาจัง ขยันลงพื้นที่ ฯลฯ นอกจากนี้ประชาชนยังให้ความมั่นใจต่อความช่วยเหลือจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร/เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร/เจ้าหน้าที่รัฐ/เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และอาสาสมัคร/มูลนิธิต่างๆด้วย ทั้งนี้ประชาชนยังเห็นใจเจ้าหน้าที่ทหาร ในความเสียสละเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล มากที่สุดถึงร้อยละ 93.16 รองลงมาคือ นายกรัฐมนตรี ร้อยละ 91.06 สื่อมวลชน ร้อยละ 88.48 ผู้ว่าฯ กทม. ร้อยละ 73.97

        เมื่อถามถึงวิธีแก้เครียด ประชาชนร้อยละ 43.82 ทำใจให้สงบและอดทน ร้อยละ 22.80 พูดคุยกับเพื่อนบ้าน หรือผู้ที่อยู่ในศูนย์พักพิงด้วยกัน ร้อยละ 18.87 ไม่หมกมุ่นกับข่าวสารน้ำท่วมมากเกินไป โดยเลือก ชม ฟัง อ่าน เฉพาะข้อมูล ร้อยละ 9.97 ทำตัวง่าย อยู่แบบพอเพียง ไม่เป็นภาระต่อผู้อื่น และร้อยละ 4.54 ใช้วิธีอ่านหนังสือ ฟังเพลง พักผ่อน ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 36.56 คิดว่า กรุงเทพฯ น่าจะพ้นวิกฤติน้ำท่วม และใช้ชีวิตอย่างปกติได้ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ร้อยละ 18.73 เชื่อว่าจะพ้นวิกฤติต้นเดือนธันวาคม
พนังกทม.ฝั่ง ตอ.แตกหลายจุด น้ำทะลักแรง ยังซ่อมไม่ได้
        พนังกั้นน้ำริมเจ้าพระยา ด้านกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกแตกหลายจุด หลังน้ำทะเลหนุนสูงช่วงเช้า ส่งผลน้ำทะลักพื้นที่สามเสน สุุขุมวิท 50 บางนา และคลองเตย ขณะกระแสน้ำแรง ยังซ่อมไม่ได้...
        วันที่ 30 ต.ค. นางวิภารัตน์ ไชยยานุกิจ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ โดยระบุว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา พนังกั้นน้ำคลองพระโขนงในพื้นที่พังทลายลง 2 จุด คือ บริเวณใต้ทางด่วนใกล้วัดสะพาน และอีกจุดหนึ่ง คือใกล้ลานหิมะทองคำจุดเดิมที่เคยแตก แต่ครั้งนี้ขยับมาทางด้านหมู่บ้านเปรมฤทัย ซึ่ง สองจุดนี้เป็นจุดที่ทางเขตมีการค้ำยัน และเสริมแนวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่น้ำทะเลหนุนสูง ระดับน้ำและความแรงค่อนข้างมาก การเข้าซ่อมแซมจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่งผลให้มีน้ำทะลักเข้าท่วมยาวไปจนถึงซอยสุขุมวิท 50 ในพื้นที่สำนักงานเขตพระโขนง โดยตามรายงานนั้น น้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในเวลา 10.00 น. ซึ่งจะพยายามซ่อมจุดดังกล่าวให้เร็วที่สุด

        นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ในพื้นที่เขตบางนา พนังกั้นน้ำด้านโรงไม้อัด แตกเป็นทางยาวอีกกว่า 20 เมตร ทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในช่วงน้ำทะเลหนุน ไหลทะลักเข้ามาด้วยเช่นกัน โดยนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ผู้อำนวยการเขตพระโขนงกล่าวว่า พื้นที่เขตพระโขนงกำลังรับน้ำจากจุดที่พนังกั้นแตกทั้งสองด้าน ซึ่งเหมือนโดนประกบอยู่ จากทั้งคลองเตยและบางนา โดยขณะนี้กำลังเดินทางไปตรวจพื้นที่ที่น้ำเข้าท่วม และเร่งประสานสำนักงานเขตใกล้เคียง เพื่อช่วยหาทางซ่อมแซม และป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นโดยเร็วที่สุด
        อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมล่าสุดว่า พนังกั้นน้ำเจ้าพระยาในซอยสามเสน 21 และ 23 พังลงมาอีกครั้งหนึ่งแล้วเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา หลังจากที่ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา มีการซ่อมแซมจนเสร็จไปแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเข้าซ่อมแซมอีกครั้ง แต่ยังไม่สำเร็จ เนื่องจากน้ำไหลแรงมาก.
น้ำรุกคืบไม่หยุด ทะลักม.เกษตรฯ ฝั่งถ.พหลโยธิน
        น้ำท่วมขยายวงไม่หยุดหย่อน ล่าสุด ถึงม.เกษตรฯ ฝั่งถ.พหลโยธินแล้ว อีกด้านน้ำได้เอ่อจากท่อระบายน้ำ เข้าท่วมหลัง ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ขณะที่ ผอ.เขตลาดพร้าวอ้างคลองลาดพร้าวยังเป็นปกติ แต่ไม่ประมาทเฝ้าระวังต่อเนื่อง...
        มหันตภัยน้ำปริมาณมหาศาลรุกคืบเข้าใกล้ใจกลางกรุงเทพฯ มากขึ้นเรื่อยๆ และกระจายวงกว้างไม่หยุด ประกอบกับเป็นช่วงน้ำทะเลหนุน ล่าสุด เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 30 ต.ค. มีรายงานว่า ที่บริเวณสี่แยกภาสยาด้านหลังมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ประชาชื่น เริ่มพบเห็นน้ำผุดขึ้นจากท่อระบายน้ำ จนไหลเข้าท่วมพื้นที่บริเวณชินเขต 2 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ โดยสภาพภายในซอยมีน้ำท่วมขัง และยังคงเพิ่มระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆส่วนฝั่งถนนพหลโยธินนั้น น้ำเร่ิมท่วมขังบริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ขณะที่ด้านถนนรามอินทรา พบว่าระดับน้ำที่ท่วมขังมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 40 เซนติเมตร

 
        สำหรับความพยายามเร่งระบายน้ำในคลองหกวานั้น มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่มีความพยายามที่จะรื้อประตูระบายน้ำคลอง 10-11-12 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำออกไปทางคลองแสนแสบให้ได้มากยิ่งขึ้นแล้ว ในส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ด้านใน เช่น เขตลาดพร้าว นายบพิตร แสงแก้ว ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ภายในคลองลาดพร้าว น้ำยังคงไหลตามปกติ ระดับน้ำทรงตัว ยังไม่พบว่ามีน้ำเอ่อจากคลองเข้าท่วมพื้นที่ไหน ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งมีน้ำท่วมเล็กน้อย 15 - 30 เซนติเมตร และมีน้ำท่วมหลังชุมชนเสนานิเวศน์ 2 ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายมาเสริม พร้อมกับสูบน้ำออกแล้ว และได้ประชุมหารือกับประธานชุมชน นักการเมืองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับสถานการณ์ทุกรูปแบบ พร้อมออกประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ หากเกิดวิกฤติหนัก จะอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 6 แห่งด้วย

น้ำทะเลหนุนเจ้าพระยาวันนี้สูงสุด2.5ม.


  


        สถานการณ์น้ำท่วมที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ช่วงแยกบางพลัดไปจนถึงแยกบางขุนนนท์ ซึ่งระดับน้ำสูงประมาณ 70-80 เซนติเมตรหรือที่ประมาณระดับเอว
      
        ในช่วงบ่ายของวันนี้ (31 ต.ค.54) ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอีกและขยายวงกว้างเข้าท่วมพื้นที่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนที่อาศัยบริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ช่วงดังกล่าว ส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตตามปกติมีอพยพออกจากพื้นที่บ้างเป็นส่วนน้อย เนื่องจากตลาดสด ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าบางแห่งยังสามารถเปิดจำหน่ายสินค้าได้ แต่ก็มีสินค้าจำเป็นที่ขาดตลาดไปแล้วหลายรายการและคาดว่าหากน้ำท่วมสูงกว่านี้ก็อาจจะต้องหยุดขายสินค้า

        ส่วนการจราจรในถนนจรัญสนิทวงศ์ช่วงดังกล่าว ขณะนี้ได้ปิดการจราจรไปแล้วเนื่องจากระดับน้ำสูงมาก มีเพียงรถทหารจีเอ็มซี รถเทศบาลและรถการไฟฟ้าตลอดจนรถขนาดใหญ่จากภาคเอกชนที่มาวิ่งบริการรับ - ส่งประชาชนที่ต้องการเดินทางผ่านช่วงที่น้ำท่วมสูงเพื่อต่อรถโดยสารประจำทางต่อไป
 
    ขณะที่ ล่าสุดสถานีขนส่ง บขส.สายใต้ใหม่ประกาศอพยพสถานีไปที่โรงเบียร์ฮอนแลนด์ พระราม 2 แล้ว

หมู่บ้านเสนานิเวศน์ท่วมแล้ว จับตาคลองลาดพร้าว

1 ความคิดเห็น: